สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร


(นายพีระพงศ์ จรูญเอก)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ในปี 2560 ออริจิ้น ยังมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและบริการให้โครงการของเราเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภค ด้วยแนวคิดการพัฒนาโครงการที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการของออริจิ้นสามารถ “ใช้ชีวิตในฝัน…แบบที่เป็นคุณ” ตลอดจนเสริมสร้างประสิทธิภาพเป็นรากฐานให้องค์กรการดำเนินธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป พร้อมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใต้หลักธรรมาภิบาล

ทั้งนี้การพัฒนาโครงการอาคารชุดซึ่งเรายังมุ่งเน้นการพัฒนาในรูปแบบ “Affordable Premium Condominium” ซึ่งในปี 2560 เน้นการพัฒนาในกลุ่มระดับกลาง - บน ภายใต้แบรนด์ Knightsbridge แล้ว บริษัทยังได้ขยายฐานการตลาดไปยังกลุ่มสินค้าระดับบน โดยเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ บริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ เพื่อเป็นเจ้าของโครงการ “Park 24” และพัฒนาโครงการระดับบนภายใต้แบรนด์ “Park Origin” ต่อไป

นอกจากการพัฒนาโครงการอาคารชุดแล้ว เรายังขยายตลาดไปยังธุรกิจบ้านจัดสรร โดยเปิดตัวโครงการแรก “Britania Srinakarin” ไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับการขยายธุรกิจบ้านจัดสรรให้เป็นธุรกิจหลักอีกหนึ่งประเภทของเรา อีกหนึ่งธุรกิจที่เราให้ความสำคัญ เพื่อการสร้างความมั่นคงทางรายได้ คือ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่า ทั้งประเภทโรงแรม เซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ อาคารสำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีก โดยบริษัทฯ ได้ลงนามเซ็นต์สัญญานำแบรนด์และเชนของเครือโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล (IHG) เข้ามาบริหารโดยการนำแบรนด์สเตย์บริดจ์ สวีท (Staybridge Suites) เข้ามาใช้เป็นครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งหากรวมกับธุรกิจการบริการด้านอสังหาริมทรัพย์แล้ว ออริจิ้นก็จะสามารถตอบสนองความต้องการผู้บริโภคในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างครบวงจรในด้านความเข้มแข็งทางธุรกิจ เราได้บริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด มาจับมือเป็นพันธมิตรร่วมทุนเพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม 4 โครงการและโรงแรม 1 โครงการ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเติบโตของบริษัททั้งในแง่การลงทุน และการพัฒนาองค์ความรู้ในการพัฒนาโครงการ

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทปี 2560 บริษัทยังคงสามารถสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทมียอดขายสูงถึง 14,024 ล้านบาท เติบโตขึ้น 29% (%YoY) จากทั้งโครงการที่เปิดตัวในปีก่อนหน้าและโครงการเปิดตัวใหม่อีก 8 โครงการมูลค่า 15,150 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 34% ด้านรายได้บริษัทมีรายได้รวม 9,988 ล้านบาท เติบโตขึ้น 212% (%YoY) มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,021 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปี 2559 ถึงกว่า 217% โดยคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ระดับร้อยละ 20.2 ณ สิ้นปี 2560 บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายจำนวน 37 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 56,845 ล้านบาท และมียอดขายรอโอน มูลค่าถึง 27,400 ล้านบาท ซึ่งจะสร้างความมั่นคงของรายได้ในอนาคตให้กับบริษัทต่อไป

ด้วยความสำเร็จของบริษัทฯ ซึ่งเกิดจากการสนับสนุนที่ดีจาก ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น และบรรดาผู้ส่วนร่วม บริษัทฯ ยืนยันที่จะดำเนินธุรกิจโดยยึดถือประโยชน์ที่เกิดกับสังคมส่วนรวมตามหลักธรรมมาภิบาล